จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นแก้ไขอย่างไร?

จุลินทรีย์กำจัดกลิ่นเหม็น ไขมัน ห้องน้ำมีกลิ่นเหม็นแก้ไขอย่างไร? การแก้ไขปัญหาห้องน้ำมีกลิ่นเหม็น ต้องแก้ไขด้วยวิธีธรรมชาติ เมื่อของเสียเกิดขึ้นต้องเติมจุลินทรีย์เพื่อทำการย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้นให้สมบูรณ์ กลิ่นเน่าเหม็นก็จะหายไป กลิ่นเน่าเหม็นที่เกิดขึ้นเกิดจากการทำปฏิกิริยาที่ไม่สมบูรณ์ของจุลินทรีย์อีกกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น วิธีแก้ไขจึงต้องเพิ่มปริมาณเติมจุลินทรีย์ลงไปในระบบหรือจุดที่มีปัญหา

กลิ่นเหม็นในห้องน้ำมาจากจุดใด? เรียงตามลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้

1. ท่อน้ำทิ้ง( ท่อเดรน)หรือท่อระบายน้ำในห้องน้ำ ( จุดใหญ่ )

2. โถส้วมหรือชักโครก

3. โถปัสสาวะในห้องน้ำ ( ถ้ามี )

4. พื้นห้องน้ำสกปรก

5. อ่างล้างมือ

ดังนั้น การทำความสะอาดห้องน้ำด้วยจุลินทรีย์-Kasama จึงต้องทำให้ครอบคลุมในทุกๆจุดที่มีปัญหา จึงจะสามารถลดกลิ่นหรือดับกลิ่นในห้องน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ส่วนใหญ่จะมาจากท่อน้ำทิ้ง ท่อระบายน้ำ มีน้อยที่มาจากโถส้วมหรือชักโครก โดยเฉพาะท่อน้ำทิ้งในห้องน้ำ ท่อระบายน้ำหรืออ่างล้างมือที่ต่อท่อน้ำทิ้งลงรวมในบ่อเกรอะ ( บ่อเกรอะคือบ่อรับของเสียจากส้วมหรือชักโครกทั้งหมด ) ดังนั้นกลิ่นเหม็นจากท่อน้ำทิ้งจึงเป็นกลิ่นที่ลอยขึ้นมาตามท่อจากบ่อเกรอะ แต่ในบางกรณีที่ท่อน้ำทิ้งมีสิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามท่อ เช่น ของเสียจากการอาบน้ำและอื่นๆ นานๆเข้าอาจส่งกลิ่นแรงได้ ดังนั้น จึงต้องหมั่นทำความสะอาดท่อน้ำทิ้งด้วยการใช้จุลินทรีย์ทำความสะอาดท่อไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะอยู่ตามลำท่อ กับปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นลอยขึ้นมา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ฝนตกหรือฤดูหนาว กลิ่นจะรุนแรงเป็นพิเศษและเกิดขึ้นบ่อยๆ ส่วนใหญ่จะคิดว่ากลิ่นมาจากชักโครก ในห้องน้ำแต่ละห้องจะมีท่อน้ำทิ้งหรือท่อเดรน เพื่อรับน้ำทิ้งจากการใช้สอยของคนเรา และท่อน้ำทิ้งเหล่านี้แหละคือตัวต้นเหตุของปัญหาท่อน้ำทิ้งมีกลิ่นเหม็น เพราะสิ่งสกปรกขนาดเล็กจะเกาะอยู่ตามท่อน้ำทิ้ง ซึ่งท่อน้ำทิ้งจะเป็นท่อพีวีซีที่ของเสียต่างๆเกาะติดได้ง่าย เมื่อสะสมนานๆเข้าจึงเกิดกลิ่นขึ้นมา และในบางกรณีท่อน้ำทิ้งดังกล่าวยังไปต่อเชื่อมเข้ากับบ่อเกรอะอีก ทำให้กลิ่นยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่าตัว ทั้งกลิ่นจากบ่อเกรอะและกลิ่นของเสียที่เกาะติดอยู่กับท่อน้ำทิ้ง กรณีที่ท่อน้ำทิ้งเชื่อมต่อเข้ากับบ่อเกรอะ วิธีแก้ไขควรแยกบ่อน้ำทิ้งใหม่ ( ถ้ามีที่มากพอ ) เพราะโดยปกติทั่วไป บ่อรับน้ำทิ้งกับบ่อเกรอะต้องแยกกันคนละบ่อ ถ้านำมารวมเป็นบ่อเดียวกันจะเกิดปัญหากลิ่นแน่นอน ไม่ว่าบ้านใหม่หรือบ้านเก่าก็ตาม

ในทุกๆบ้านต้องมีส้วมประจำบ้าน และบ้านใดสะอาดหรือไม่บางท่านวัดกันที่ส้วมหรือสุขา ส้วมจึงเป็นเสมือนสัญญลักษณ์แห่งความสกปรกหรือสะอาดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการใส่ใจทำความสะอาดของเจ้าของส้วม

ส้วมมีกลิ่น เกิดจากอะไร? ในแต่ละวันส้วมจะเป็นจุดรับของเสีย ซึ่งมีทั้งอุจจาระและปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ และบ้านบางหลังยังรวมเอาน้ำทิ้งจากการใช้น้ำชำระร่างกายและอื่นๆรวมเข้าไปในส้วมด้วย เมื่อของเสียและสิ่งสกปรกรวมตัวกันก็เกิดการเน่าเสียเกิดขึ้น ซึ่งการเน่าเสียนี้เกิดจากปฏิกิริยาของแบคทีเรียเข้าไปย่อยสลายของเสียเหล่านั้น และเป็นการย่อยสลายที่ไม่สมบูรณ์แบบ จึงก่อให้เกิดของเสียและสิ่งกลิ่นเน่าเหม็นเกิดขึ้นตามมา ซึ่งถือเป็นมลภาวะอีกประเภทหนึ่ง จึงทำให้เกิด ส้วมมีกลิ่นหรือส้วมส่งกลิ่นติดตามมา โดยเฉพาะถ้าปริมาณของเสียมีทุกวันและจำนวนมากดั่งเช่นส้วมสาธารณะตามแหล่งต่างๆหรือตามหน่วยงานที่มีคนจำนวนมากมักจะพบบ่อยๆ ซึ่งส่วนมากจะใช้สารเคมีกำจัดกลิ่น ซึ่งก็ได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุทำให้สารเคมีที่ใช้ในการกำจัดส้วมมีกลิ่นนั้นเกิดการตกค้างในระบบนิเวศน์และออกสู่สิ่งแวดล้อมเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำได้

วิธีการจัดการส้วมมีกลิ่นที่ได้ผลดีที่สุดและตรงจุดที่สุดก็คือการบำบัดของเน่าเสียเหล่านี้โดยวิธีธรรมชาตินั่นเอง ซึ่งจะไม่มีผลกระทบกับสภาวะแวดล้อมและธรรมชาติโดยรวม ในทางตรงกันข้ามกลับทำให้สิ่งแวดล้อมได้รับผลดีมากขึ้น วิธีการดับส้วมมีกลิ่นก็คือ การใช้จุลินทรีย์ดับกลิ่นและบำบัดน้ำเสียจากธรรมชาติหรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ในการย่อยสลายของเสียต่างๆได้อย่างสมบูรณ์แบบนั่นเอง เมื่อขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ชนิดนี้จบลงก็จะทำให้กลิ่นไม่พึงประสงค์หายไป ของเสียต่างๆในส้วมก็จะถูกย่อยสลายให้เป็นอณุภาคเล็กลง ผลพลอยได้ที่ตามมาก็คือส้วมไม่เต็มง่าย กลิ่นต่างๆก็จะมลายหายไป